ผลประกอบการ Netflix กำไรโตตามคาด แต่ "ต้นทุนคอนเทนต์" กดดันอัตรากำไร
Netflix ผู้ให้บริการสตรีมมิงรายใหญ่ของโลก รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 กำไรสุทธิ 1.14 แสนล้านบาท โต 9% จากปีก่อน เป็นไปตามตลาดคาด ส่วนรายได้เติบโต 11% ยังต่ำกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย
Netflix ผู้ให้บริการสตรีมมิงรายใหญ่ของโลก รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 1.14 แสนล้านบาทเพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน เป็นไปตามตลาดคาด แต่รายได้เติบโต 11% ต่ำกว่าที่ตลาดคาดเล็กน้อย
Netflix ผู้ให้บริการสตรีมมิงรายใหญ่ของโลก รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 1.14 แสนล้านบาทเพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อน ส่วนรายได้เติบโต 11%
กำไรโตตามคาด แต่ "ต้นทุนคอนเทนต์" กดดันอัตรากำไร
แม้ผลประกอบการโดยรวมจะเป็นไปตามคาด แต่การเติบโตของกำไรช้ากว่ารายได้ เนื่องจากบริษัทเร่งลงทุนด้านคอนเทนต์ โดยการลงทุนในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้น 24% จากปีก่อน ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายตัดจำหน่ายคอนเทนต์ในไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นประมาณ 13% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ยังเพิ่มขึ้นจากต้นทุนด้านการพัฒนาเทคโนโลยี ทำให้สัดส่วน SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 18.6% เพิ่มขึ้นจาก 17.9% ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านรายได้ยังได้รับแรงหนุนจากจำนวนชั่วโมงการรับชม (View Hours) ที่เติบโต 2% ในช่วงครึ่งแรกของปี เทียบกับ 1.5% ในปีก่อน โดยคอนเทนต์ที่ไม่ใช่ภาษาอังกฤษยังคิดเป็นประมาณ 1 ใน 3 ของชั่วโมงการรับชมทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม รายได้จากภูมิภาคสหรัฐฯ และแคนาดา (UCAN) เติบโตชะลอลงเหลือ 10% จากเดิมที่เฉลี่ยราว 16% ใน 4 ไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากผลกระทบจากการปรับขึ้นค่าบริการที่ผ่านมา ส่งผลให้การเติบโตของจำนวนสมาชิกชะลอลง
แนวโน้มไตรมาส 3 ต่ำกว่าตลาดคาด
Netflix ให้คาดการณ์รายได้ไตรมาส 3 ปี 2569 เติบโต 12% เมื่อเทียบกับปีก่อน ต่ำกว่าที่ตลาดคาดไว้ประมาณ 1% ขณะที่คาดการณ์อัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Margin) ก็ต่ำกว่าที่ตลาดคาดประมาณ 40 จุดพื้นฐาน และลดลงจากไตรมาสก่อน จากการลงทุนด้านคอนเทนต์ที่เพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
อย่างไรก็ตาม บริษัทคงเป้ารายได้ทั้งปี 2569 เติบโตราว 13% ซึ่งต่ำกว่าการเติบโตของรายได้ในช่วงครึ่งปีแรกที่อยู่ที่ 15% สะท้อนแนวโน้มการเติบโตที่ชะลอลงในช่วงครึ่งหลังของปี
นอกจากนี้ Netflix ยังตั้งเป้ารายได้จากโฆษณา (Ads Revenue) ที่ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 2 เท่าจากปีก่อน และคงแผนลงทุนด้านคอนเทนต์ทั้งปีไว้ที่ 2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยครึ่งปีแรกใช้ไปแล้ว 9.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้การลงทุนในช่วงครึ่งปีหลังจะเพิ่มขึ้น และยังเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร แม้บริษัทคาดว่าค่าใช้จ่ายตัดจำหน่ายคอนเทนต์จะเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอลงเหลือประมาณ 10% ในปีนี้
เดินหน้าสร้าง Engagement และพัฒนาธุรกิจใหม่
Netflix ยังคงมุ่งเพิ่มการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน (Engagement) รักษาฐานสมาชิก และเพิ่มสมาชิกใหม่ ผ่านการลงทุนในคอนเทนต์อย่างต่อเนื่อง โดยคอนเทนต์ถ่ายทอดสด (Live Content) แม้ใช้เงินลงทุนประมาณ 5% ของงบทั้งหมด และคิดเป็นเพียง 1% ของชั่วโมงการรับชม แต่บริษัทมองว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการดึงดูดลูกค้าใหม่ รวมถึงช่วยสนับสนุนรายได้จากค่าสมาชิกและโฆษณา
บริษัทยังนำเทคโนโลยี LLMs มาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งาน และใช้ Generative AI ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการหลังการถ่ายทำ (Post-production) อย่างไรก็ตาม บริษัทระบุว่าต้นทุนที่ประหยัดได้จะนำกลับไปลงทุนต่อ ไม่ได้ส่งผลโดยตรงต่อกำไร
สำหรับบริการวิดีโอแนวตั้ง (Vertical Clip) และวิดีโอพอดแคสต์บนมือถือ บริษัทระบุว่าผลตอบรับในช่วงแรกเป็นที่น่าพอใจ และเตรียมประกาศความร่วมมือกับสำนักพิมพ์ ได้แก่ Condé Nast, Hearst และ People เพื่อนำคอนเทนต์ไลฟ์สไตล์ขึ้นให้บริการในเดือนหน้า
นอกจากนี้ Netflix ยังมองว่าตลาดเกมบน Cloud TV ยังมีโอกาสเติบโตสูง โดยระบุว่า FIFA และ Unhinged เป็นเกมเปิดตัวบนแพลตฟอร์มที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด 2 อันดับแรก พร้อมย้ำแนวทางการลงทุนว่า บริษัทจะเน้นการสร้างธุรกิจด้วยตนเอง (Builder not Buyer) และยังคงมีเกณฑ์ที่เข้มงวดในการเข้าซื้อกิจการขนาดใหญ่ (M&A)
มุมมองของ KS
บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS มองว่าผลประกอบการยังอาจสร้างความผิดหวังต่อตลาดในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เนื่องจากรายได้ในตลาดสหรัฐฯ และแคนาดา ซึ่งเป็นตลาดที่มีอัตรารายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ (ARPU) สูงกว่าค่าเฉลี่ยราว 47% เริ่มชะลอตัว ขณะที่การลงทุนด้านคอนเทนต์ยังอยู่ในระดับสูงเพื่อรักษาการมีส่วนร่วมของผู้ใช้งาน ส่งผลให้แนวโน้มอัตรากำไรยังเผชิญแรงกดดัน
แม้รายได้จากโฆษณาจะยังเติบโตได้ดี และบริการใหม่อย่างวิดีโอแนวตั้งและพอดแคสต์จะช่วยเพิ่มการใช้งานในช่วงเวลาที่ไม่ใช่ Prime Time แต่ปัจจุบันยังมีสัดส่วนรายได้ไม่มาก
สำหรับ Netflix (NFLX US) ก่อตั้งปี 1997 ที่ ลอสกาโทส รัฐแคลิฟอร์เนีย บริการสตรีมมิง ใหญ่ที่สุดในโลก มีสมาชิกกว่า 300 ล้านคน ใน 190 ประเทศ เป็นผู้นำด้าน Subscription Video On Demand (SVOD) คู่แข่งหลักคือ Disney+ / Amazon Prime / Apple TV+ และ Youtube
BTC
ETH
DOGE
ADA
BNB
KUB